วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

โรคหอบหืด


โรคหอบหืด
อาการ
หอบหืดเกิดจากการหดตัวหรือตีบตันของช่องทางเดินหายใจส่วนหลอดลม ทำให้อากาศเข้าสู่ปอดน้อยลง ปัจจัยที่ทำให้เกิดการตีบตันของการหดตัวของกล้ามเนื้อรอบๆ หลอดลมแท้จริงแล้วเป็นผลจากการอักเสบของเยื่อบุหลอดลม การอักเสบส่วนใหญ่จะเป็นการอักเสบเรื้อรัง เกิดจากภาวะที่มีการตอบสนองรุนแรง
สาเหตุ
คือ การหายใจเอาสารที่แพ้เข้าไปในหลอดลมภาวะติดเชื้อ โพรงจมูกอักเสบ กลิ่นน้ำหอม ยาฆ่าแมลง กลิ่นอับ กลิ่นท่อไอเสีย กลิ่นบุหรี่ ภาวะอากาศเปลี่ยน การออกกำลังกาย โรคทางเดินอาหารบางโรค ภาวะแพ้ยา สารสี สารเคมีต่างๆ และภาวะเครียด ในเด็กที่เป็นโรคหอบหืดส่วนใหญ่สองในสาม จะมีภาวะภูมิแพ้ด้วย แต่ในผู้ใหญ่ต่างกันที่ส่วนใหญ่จะไม่มีภาวะภูมิแพ้ ความเข้าใจผิดคือ ความเข้าใจที่ว่าโรคหอบหืดเป็นผลจากภาวะแพ้เสมอไป โรคนี้เป็นกันมาก ตาม
สถิติแล้วประมาณ 10-13 % ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ในเด็กชายเป็นมากกว่าเด็กหญิงเล็กน้อย
การวินิจฉัยโรคหอบหืด
ในเด็กทั่วไปแล้วจะยากกว่าผู้ใหญ่ เพราะเด็กจำนวนไม่น้อยมีอาการอื่นร่วมด้วย เด็กบางคนไม่มีอาการหอบเลยก็ได้ ส่วนใหญ่ประวัติการเจ็บป่วยของเด็กจะไม่ค่อยสมบูรณ์ เพราะข้อมูลได้มาจากแม่เด็ก พี่เลี้ยง ครูที่โรงเรียน หรือตัวเด็กเอง  อาการสำคัญ คือ ไอตอนเช้า กลางคืนตอนดึก ไอเวลาวิ่งเล่น หรือหลังวิ่งเล่น คัดจมูก น้ำมูกไหล ร่วมด้วยในเด็กเล็กที่หอบอาจมีสาเหตุอื่นที่ไม่ใช่โรคหอบหืด เช่น โรคหัวใจ โรคติดเชื้อในปอด สารแปลกปลอม ถั่ว ข้าวโพด คั่วติดในหลอดลม หรือโรคทางเดินอาหารบางชนิด การติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจ เป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้โรคหอบหืดกำเริบ ส่วนใหญ่ของเชื้อจะเป็นไวรัสที่ติดมาจากโรงเรียน หรือที่ชุมชน เด็กจำนวนมากแพ้สารต่างๆ เช่น ไรฝุ่น เชื้อรา แมลงสาบ และอื่นๆ จำเป็นที่จะต้องตรวจสอบให้แน่นอน
การรักษา
โรคหอบหืดจะต่างกันในคนไข้แต่ละคนขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค อายุคนไข้ และภาวะที่เกิดร่วมกับโรคหอบหืด เช่น ภาวะภูมิแพ้ หรือโพรงจมูกอักเสบเรื้อรัง
                โดยทั่วๆ ไป แนวทางรักษาที่ยอมรับโดยผู้เชี่ยวชาญมีอยู่ 4 ข้อดังนี้
แนะนำให้ใช้การตรวจสอบสมรรถภาพของปอด เพื่อ                บ่งชี้ความรุนแรงของโรค และเพื่อติดตามวัดผลการรักษา
การใช้ยาเพื่อลดการอักเสบ
หรือป้องกันการอักเสบของเยื่อบุหลอดลมร่วมกับการใช้ยาเพื่อคลายกล้ามเนื้อรอบหลอดลมที่หดตัว
การควบคุมภาวะแวดล้อมต่างๆ                
โดยเฉพาะในคนไข้ที่มีภาวะแพ้ร่วมด้วย รวมถึงการรักษา         เฉพาะเจาะจงในภาวะภูมิแพ้
ต้องให้ความรู้คนไข้และครอบครัวเกี่ยวกับโรคหอบหืด
และการปฏิบัติตน เช่น เลิกบุหรี่วิธีการออกกำลังกาย และวิธีใช้ยาที่ถูกต้อง การรักษาอย่างต่อเนื่องสำคัญที่สุดในโรคหอบ      หืดคนไข้ส่วนใหญ่ หรือแพทย์ส่วนใหญ่จะมองข้ามจุดสำคัญนี้ ทำให้ผลการรักษาไม่เป็นที่พอใจของทั้งสองฝ่าย คนไข้ก็ว่าไม่หายซักที หมอก็ว่าคนไข้ไม่รู้เรื่องไม่ทำตามคำสั่ง


ผลการรักษาที่ควรเกิดขึ้นมีดังนี้

สมรรถภาพปอดดีขึ้นคนไข้สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้ตามปกติ หรือเกือบปกติ รวมทั้งการออกกำลังกาย อาการเรื้อรังที่น่าเบื่อหน่ายสำหรับคนไข้สิ้นสลายไป อาการ เช่น ไอ หายใจขัด แน่นหน้าอก ป้องกันการกำเริบของโรคได้ผลข้างเคียงจากยาควรจะไม่มี หรือมีน้อยที่สุด
ความเข้าใจที่สำคัญมาก    
คือ การอักเสบของเยื่อบุหลอดลมในโรคหอบหืดนี้เป็นการอักเสบอย่างเรื้อรัง ต่อเนื่องที่กำเริบได้เป็นระยะแม้เวลาที่คนไข้รู้สึกไม่ดี ไม่มีอาการไอ หรือหอบ  ภาวะการอักเสบนี้ยังคงอยู่ตลอดเวลา ปัจจุบันจะพบได้ทั้งยาฉีด ยาน้ำ และยาเม็ด ทั้งรูปแบบธรรมดา และออกฤทธิ์เนิ่นนาน เพื่อเพิ่มความสะดวกในการรับประทานผลข้างเคียงพบได้น้อย มีความปลอดภัยสูง


เอกสารอ้างอิง: โรงพยาบาลเซ็นทรัล ปาร์ค
                                4 / 42 ม.1 ถ. บางนา-ตราด-กม. 16 ต.บางโฉลง
                                อ.บางพลี  จ. สมุทรปราการ 10540
                        TEL . 02-3127261 -69
-->

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น